การใช้งานตู้สาขาโทรศัพท์ที่ถูกต้องและลงตัวกับงาน
ตู้สาขาโทรศัพท์
เล่าถึงใจความสำคัญการใช้งานตู้สาขาโทรศัพท์ให้ชำนาญนั้นขึ้นอยู่กับความโลภของหน่วยงานหรือออฟฟิตนั้นด้วยว่ามีความต้องการในการใช้สายโทรเข้าและโทรออกมากน้อยแค่ไหนเพราะหากเรามีการโทรเข้าและโทรออกน้อยนั้นก็ควรเลือกใช้ตู้สาขาโทรศัพท์ตู้สาขาโทรศัพท์ขนาดเล็กมีพอร์ตเชื่อมต่อภายนอกไม่กี่สายและหากเป็นออฟฟิตเล็กๆนี่ประมาณการสี่สายนี้ก็คงเพียงพอแล้วล่ะครับแต่หากเป็นองค์กรใหญ่ๆเช่นธนาคารหรือห้างสรรพสินค้าก็ต้องใช้ตู้สาขาโทรศัพท์ที่ขนาดใหญ่มีพอร์ตเชื่อต่อภายในและภายนอกหลายร้อยคู่สายกันเลยทีเดียวหลังจากนั้นสาเหตุอะไรที่ปัจจุบันมีคนนิยมใช้ตู้สาขาโทรศัพท์กันเยอะนั้นเนื่องด้วยตู้สาขาโทรศัพท์นั้นสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกสบายให้กับหน่อยงานที่ใช้ได้นั้นพอสมควรอย่างอย่างเช่นในองคร์กรมีโทรศัพท์ไว้ใช้แค่หนึ่งสายหนึ่งเบอร์แต่เมื่อใช้ตู้สาขาโทรศัพท์เข้ามาช่วยก็สามารถที่จะแยกเป็นหลายๆสายได้ลองคำนึงถึงหอพักดูนะครับก็จะนึกภาพออกเพราะหอพักมีหลายร้อยห้องแต่มีเบอร์โทรติดต่อแค่สองหรือสามสายเท่านั้นเองก็ใช้ตู้สาขาโทรศัพท์ตู้สาขาโทรศัพท์นี้แหล่ะเข้ามาช่วยกระจายจุดเชื่อมต่อไปยังหลายๆห้องและยิ่งปัจจุบันนี้ตู้สาขาโทรศัพท์นั้นได้มีการพัฒนาไปมากกว่าแต่ก่อนมีโปรแกรมเสริมเข้ามาช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเก่าเยอะมากแถมราคาก็เริ่มถูกลงกว่าเมื่อก่อนเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ได้รับแล้วยี่ห้อตู้สาขาโทรศัพท์อะไรที่คนนิยมกันก็เช่นว่าตู้สาขาโทรศัพท์พานาโซนิคตู้สาขาโทรศัพท์ตู้สาขาโทรศัพท์เอ็นอีซีและยังมีตู้สาขาโทรศัพท์อีกหลายยีห้อที่ติดท้องตลาดและมีคนนิยมกันปัจจุบันแต่หากจะเลือกใช้อย่างไหนยี่ห้ออะไรนั้นก็ต้องดูขนาดของหน่วยงานเป็นหลักเพราะจะได้เหมาะสมกับงานของเรามากขึ้นนั่นเองครับ
มีประกาศใหม่ๆว่าด้วยการเปิดตัวของเที่ยวบินใหม่
มีข่าวคราวสดๆ ร้อนๆเกี่ยวกับการจองตั๋วเครื่องบินเปิดตัวของเที่ยวบินใหม่นครพนม-แอร์เอเชียเปิดเผยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ-นครพนม รองสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวนครพนมกับด้าวเพื่อนบ้าน เผยให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน พร้อมอัดโปรโมชันฉลองเปิดถนนหนทางการบินใหม่เริ่มต้น 288 บาท/เที่ยว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (16 ก.พ.) ที่ท่าอากาศยานสนามบินนครพนม นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจ.นครพนม พร้อม นายวิชุกร กุหลาบศรี ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม และส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมให้การต้อนรับขับสู้สายการบินแอร์เอเชีย ในการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ-นครพนม เป็นรอบแรกโดยมี นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าพนักงานบริหารสายการบินแอร์เอเชีย นำคณะเจ้าหน้าที่สายการบินแอร์เอเชียโดยการจองตั๋วเครื่องบินจองตั๋วเครื่องบินเดินทางมาพร้อมทั้งผู้โดยสารของเที่ยวบินแรกในโอกาสนี้ ทางจังหวัดนครพนมร่วมกับสำนักงาน ททท.สาขานครพนม ได้จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าผู้ไทย เรณูนคร มาให้การต้อนรับผู้โดยสารที่มาในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ด้วย ถือเป็นการเปิดเส้นทางสายการบินใหม่ของนครพนม ที่จะช่วยปลุกใจภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรองสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นนายทัศพลแบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชียกล่าวว่า ธานีนครพนมถือเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านการลงทุน เนื่องจากผสมผสานวัฒนธรรมอินโดจีน ทั้งไทย ลาว เวียดนามอย่างลงตัว เป็นพิเศษเมื่อเปิดให้บริการสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 แล้ว ทำให้การเกี่ยวโยงการเดินทางในภูมิภาคนี้สะดวกมากยิ่งขึ้น แอร์เอเชียจึงขอเข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดนครพนมให้ขยายตัวเจริญเติบโตยิ่งๆขึ้นไปนายทัศพลกล่าวอีกว่าการจองตั๋วเครื่องบินจองตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-นครพนมนี้ บริษัทได้นำฝูงบินแอร์บัส เอ 320 จำนวน 180 ที่นั่ง มาให้บริการผู้โดยสาร รับประกันได้ว่าผู้โดยสารทุกที่นั่งจะได้รับความสบายในทุกเที่ยวบินอีกทั้งยังมีโปรโมชันสุดประหยัด ฉลองเปิดเส้นทางการบินใหม่ และครบ 8 ปี แอร์เอเชีย คือ นครพนมบินเกริ่นที่ 288 บาทต่อเที่ยวการจองตั๋วเครื่องบินสำรองที่นั่งตั้งแต่วันนี้ เพื่อเดินทางตามโปรโมชันดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 55 ถึง 31 มกราคม 56 สำหรับกรุงเทพฯ-นครพนมมีบริการทุกวันวันละสองเที่ยวบินกันเลยทีเดียวฮะ
ท่องเที่ยวมองดูเมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา
สถานที่เที่ยวในจังหวัดอยุธยาพระที่นั่งเพนียดตั้งอยู่ในตำบลสวนพิรกห่างจากตัวเมืองแยกจังหวัดอยุธยาแล้วพบพระเจดีย์ใหญ่กลางถนนก็เลี้ยวซ้ายเปรียบเทียบนี้ประมาณ4กิโลเมตรตามเสันทางหมายเลข309 (ทางเดียวกับ ตามข้อมูลประวัตศาสตร์คาดการณ์ว่าเมื่อพ.ศ.1900 พระเจ้าอู่ทองวัดภูเขาทอง) สร้างขึ้นเป็นที่เพราะว่าพระราชาธิบดีประทับ ทรงสร้าง “วัดป่าแก้ว” ขึ้นตรงที่พระราชทานเพลิงศพ “เจ้าแก้วเจ้าไท”ทอดพระเนตรการจับช้างเถื่อนในเพนียด ไม่ก็การจับช้างกลางแปลง ในการสร้างวั ตป่า แก้ว ครั้งนี้ ได้ทรงปลูกพระเจดีย์ขึ้นคู่กับเป็นประเพณีที่เคยทำกันมาแต่โบราณ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ พระวิหารด้วย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในราชการในเวลาปกติและในเวลาสงคราม พระที่นั่งของเดิม ทรงเสริมพระเจดีย์ให้ใหญ่กับสูงขึ้นพร้อมๆกับการสร้างเจดียซึ่งสร้างสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชานั้น ถูกพม่าเผาทำลาย ยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่ายธานีสุพรรณบุรี เหตุด้วยเฉลิมพระเกียรติเมื่อเสียกรุงครั้งหลังพ.ศ. 231 0พระที่นั่งเพนียดและตัวเพนียด เมื่อคราวทรงชนะการรบยุทธหัตถี พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่าที่เห็นในสมัยนี้นั้นลั ประเภทเป็นคอก ล้อมรอบ ด้วยซุงทั้ง ต้น “วัดชัยมงคล” ต่อมาเปลี่ยนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ชัยมงคลมีปีกกาแจกเป็นรั้วไปสองข้างรอบเพนียดเป็นกำแพงดินประกอบอิฐวัดนี้ร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้าย แล้วเพิ่งจะตั้งขึ้นเป็นเสมอยอดเสาด้านหลังคอกตรงข้ามแนวปีกกาเป็นพลับพลาที่ประทับ วัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาเมือไม่นานมานี้ซึ่งได้รับการบูรณะเมื่อพ.ศ. 2500และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังได้สนับสนุนเงิน
เที่ยวร่อนชมวัดวาอารามบุรีอยุธยา
ทัศนาจรวัดโลกยสุธาอยู่ถัดไปเจดีย์พระศรีสุริโยทัยจนปัจุบันไม่มีสภาพรกร้างอยู่ในป่าอีกแล้วและยังคงมองเห็นเข้าไปทางด้านหลังประมาณกิโลเมตรเศษแดนดินวัดอยู่ติดกับเค้าแห่งความเป็นระเบียบยิ่งใหณ่ตระการตาซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรวัดวรเขษฐารามถ้าจะเดินทางไปชมจะไปทางรถยนต์ผ่านไปตามพลาดขมอย่างยิ่งอนึ่งการเดินทางไปขมหยั่งสำคัญในประวึตศาสตรทางสัญจรในบริเวณโรงงานสุราหรือจะเข้าใจตามถนนหลังพลับพลาตรีมุขบริเวณนี้ท่านอาจเช่าเหมาเรือหางยาวจากบริเวณหลังลานจอดรถในแดนดินพระราชวังโบราณผ่านวัดวรโพธิ์และวัดวรเชษฐารามฝั่งตรงข้ามพระราชวังจันทรเกษมด้านตะวันออกของเกาะเมืองเข้าไปจนถึงพระพุทธไสยาสน์องค้ใหญ่ของวัดได้พระพุทธไสยาสน์ลองไปดามลำน้ำป่าสักลงไปทางใต้ผาน สถาบันอุดมศึกษา การด่อเรืออยุธยาองคนี้ก่อด้วยอิฐถือปูนยาวประมาณยี่สิบเก้าเมตรมีซากพระวิหารเป็นวัดพนัญเชิงวรวิหารวัดพุทไธสวรรค์โบสถ้โปรตุเกสวัดไชยวัฒนารามทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ชิดองคพระเหลืออยู่หลายต้นเข้าใจว่าวัดกษัตราธิราชและเจดีย์พระศรีสุริโยทัยอันสง่างามอีกด้วยเป็นซากพระอุโบสถซึ่งจะทำให้การเดีนทางมีรสชาติไปอีกแบบหนึ่งโดยเฉพาะเวลาพลบค่ำป้อมและปราการรอบกรุงกำแพงเมืองที่พระเจ้าอู่ทองจะเห็นภาพแดนดินวัดไชยวัฒนารามสวยงามมากทรงสร้างครั้งแรกนั้นเป็นเพียงเชิงเทินดินและมีเสาไม้ระเนียดวัดพุทไธสวรรค์ตั้งอยูิรมแม่น้ำทางหยาบใต้ฝั่งตรงข้ามปักข้างบนต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงได้ก่ออิฐถือปูนของเกาะเมืองหากเดินทางเพราะรถยนต์และใช้เส้นทางสายอยุธยาป้อมตามพระราขพงศาวดีมี อาทิ ป้อมมหาชัย ป้อมชัดกบ ป้อมเพชร เสนา ทางทิศตะวันตกของเกาะเมืองข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชป้อมหอราขคฤหและป้อมจาปาพลเป็นต้นป้อมใหญ่ๆมักตั้งอยู่แล้วเลี้ยวซ้ายจะผ่านวัดไชยวัฒนารามมีป้ายบอกทางเปนระยะตรงทางแยกระหว่างแม่น้ำเช่นป้อมเพชรอยู่ตรงที่บรรจบของไปจนถึงทางแยกซ้ายเข้าวัดพุทไธสวรรค์วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณที่นทีเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสักป้อมมหาไชยอยู่หัวมุมวังจันทรเกษมสมเด็จพระเจ้าอู่ทองอพยพมาสร้างเมืองใหม่เดิมบิรเวณนี้เรียกว่าในที่ซึ่งเป็นตลาดหัวรอในปัจจุบันซึ่งต่อจากนั้นถูกรื้อนำอิฐไปสร้างเพียงเล็กหรือเวียงเหล็กซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับของ
เชยสถานโบราณวัตถุที่น่าหลงใหลจังหวัดอยุธยา
เก่าก่อนสถานโบราณวัตถุที่น่าสนใจในพระราชวังจันทรเกษม เพราะแห่งนี้มิได้เป็นเพียงอนุสรณ์สถานของวีรฑตรีไทพระองค์แรกมีแบบนี้ เท่านั้น หากแต่ยังคือการยืนยันเกียรติแห่งสตรีไทยที่ได้รับการกำแพงและประตูวัง เป็นสิ่งที่สร้างใหม่ในรัชกาลที่ 4 เคารพนับถือจากสังคมไทยมาแต่ครั้งบรรพกาลอีกด้วย เรื่องมีอยู่ว่าของเดิมมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าที่เห็นในปัจจุบัน เพราะขุดพบ ในครั้นที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขื้นครองราชยด้เพียง 7 ดวงจันทร์ เมื่อรากฐานของพระที่นั่งนอกกำแพงวัดด้านในด้วยกันพบชากอิฐในบริเวณ พ.ศ.2091 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และบุเรงนอง กรีธาทัพเข้ามาล้อมเรือนจำหลายแห่ง กรุงศรีอยุธยาหนแรกโดยผ่านมาทางด้านด้านพระเจดียสามองค์พลับพลาจตุรมุข เป็นพลับพลาเครื่องไม้ ตั้งอยู่บนศาลา เมืองกาญจนบุรี ด้วยกันตั้งค่ายล้อมพระนคร การศึกคราวนั้นใกล้ประตูวังด้านทิศตะวันออก หัสเดิมเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จ เป็นที่เลื่องลือถึงวีรกรรมของสมเด็จพระสิรโยทัยซึ่งไสข้างพระที่นั่งพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเวลาเสด็จประพาส ปัจจุบันจัดโชว์ เข้าขวางพระเจ้าแปร ด้วยเกรงว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเครื่องชามลายครามของจีน อาวุธอดีตสมัย และเครื่องราชูปโภค พระราชสวามีจะเป็นอันตรายจนถูกพระแสงของ้าวฟันพระอังสาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนมอยู่บนคอช้าง เมื่อการทำศึกยุตีลงพระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นตึกหมู่อยู่กลางพระราชวัง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ทรงปลงพระศพของพระนางและสถาปนาเคยเป็นที่ตั้งศาลากลางมณฑลและจังหวัดมาหลายปี ปัจจุบัน สถานที่ปลงพระศพขึ้นเป็นวัด ขนานนามว่า วัดสบสวรรค์ หรือแสดงพระพุทธรูป เทวรูป พระพิมพสมัยต่างๆ และเครื่องไม้จำหลัก เปรียบเทียบสวนหลวงสบสวรรค์ ต่อมาในรัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระสมัยอยุธยา จุลจอมเกล้าเจ้าอย่ขหัว ได้มีการสอบสวนหาตำแหน่งสถานที่ต่างๆพระที่นั่งพิสัยศัลยลักษณ์ (หอส่องกล้อง) เป็นหอสูงสี่ชั้น ที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารเพื่อ เรียบ เรียง เป็นหนังสืออยู่ที่ริมพระราชวังด้านทิศตะวันตก สร้างในรัชสมัยสมเด็จ รวมพงศาวดารขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายจึงเป็นเหตุให้ทราบตำแหน่งพระนารายณ์มหาราช แต่หักพังลงมาเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ของวัดสบสวรรค ซึ่งยังคงพบเจดีย์แบบย่อไม้สิบสองสูงใหญ่หอที่เห็นอยู่ในปัจจุบันสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 ตามรากฐานเดิม ปรากฏตามที่ตั้งในปัจจุบันนี้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าทรงใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดาว เจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งชื่อเรียกชื่อเจดียว่า เจดียพระศรีสุริโยทัย
สมเด็จพระปฐมมหาชนก กำเนิดที่บ้านสะแกกรัง
สมเด็จพระปฐมมหาชนก กำเนิดที่บ้านสะแกกรัง
” บ้านสะแกกรัง” เดิมนั้นมีต้นสะแกใหญ่อยู่กลางหมู่บ้าน เป็นตลาดค้าขายสำคัญมาแต่โบราณ ครั้นมีเจ้านายเดินทางมาซื้อพืชผล และเป็นที่สนใจของเจ้านายคนอื่นๆ จนถึงกับ “จมื่นมหา-สนิท (ทองคำ) ” ซึ่งเป็นบุตร “เจ้าพระยาวงศาธิราช (ขุนทอง)” ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านสะแกกรัง ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ดังปรากฏในคำโคลงมหามกุฏราชคุณานุสรณ์ พระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ว่า
“ในระหัศราชะหัตถ์นั้น เสนอสาร
เพียงเกี่ยวโกสาปาน ญาติยั้ง
อนุสันตตินั่นตำนาญ อื่นออกยาเอย
นาม ราชะนกูล ตั้ง คฤหาสน์แคว้นแขวงอุทัย”
บ้านสะแกกรัง ที่มีพ่อค้าคอยรับซื้อข้าวพืชพันธุ์ของป่าอยู่นั้น เมื่อปรากฏว่ามีเจ้านายมาตั้งบ้านเรือนอยู่ดังกล่าว ก็ได้มีการสร้างวัดขึ้นตามแหล่งชุมนุมชน เช่นวัดกร่าง (วัดพิชัยปุรณาราม) วัดท่าซุง, วัดเดิมบนยอดเขาสะแกกรัง เป็นต้น ด้วยเหตุที่เมืองอุทัยเก่าเป็นเมืองด่านการขนย้ายช้างใช้ในการสงคราม และช้างป่าเข้าสู่กรุงศรีอยุธยา จำเป็นต้องใช้ลำคลองสะแกกรังเป็นเส้นทางขนส่ง โดยต่อแพล่องส่งลงไปยังกรุง อันเป็นเหตุให้ “บ้านสะแกกรัง” เป็นแหล่งรวมช้างศึก และได้จัดสร้าง “พะเนียดช้าง” (บริเวณวัดใหม่จันทารามพบเสาตะโพนช้าง และพระพุทธรูปองค์ใหญ่) เป็นที่พักสำหรับขนถ่ายช้าง ไปลงที่ท่าช้าง ซึ่งเป็นที่ลาดกว้าง ตั้งแต่ห้าแยกลาดเทลงไปจนถึงแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนตลาดนั้นอยู่ถัดเข้ามาข้างใน (แถวหน้าวัดหลวงราชาวาสเดี๋ยวนี้ตั้งแต่บ้านขุนกอบกัยกิจเข้าไป) ซึ่งไม่ห่างจาก “พะเนียดช้าง” เท่าไรนัก ต่อมาในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระจมื่นมหาสนิท (ทองคำ) ได้เป็นพระยาราชนิกูล อยู่ที่บ้านสะแกกรัง จนบุตรชายคนใหญ่ชื่อ “ทองดี” เกิดที่นั่น จากพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีถึง เซอร์ จอห์น เบาริ่ง เป็นภาษาอังกฤษแปลจากหนังสือ The Kingdom and People (The Royal Dynasty) หน้า ๖๕-๖๖ มีความว่า”สมเด็จพระนารายณ์ จึงได้ทรงแต่งตั้งนายปาน ให้เป็นเสนาบดีกระทรวงต่างประเทศแทนพระยาคลังซึ่งเป็นพี่ชาย และเป็นต้นตระกูลของบรรพบุรุษของเราต่อมา แต่เรื่องราวการรับราชการในสมัยต่อมานั้นไม่ปรากฏ จนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระภูมินทร์ราชาธิราช ซึ่งปกครองประเทศสยามระหว่าง ค.ศ. ๑๗๐๖-๑๗๓๒ (พ.ศ. ๒๒๔๙-๒๒๗๕) ซึ่งเป็นพระมหาชนกปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรีและเป็นพระอัยกาของพระบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (คือตัวฉันเอง) และกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง (คือพระอนุชาองค์รองของฉัน) ของประเทศสยาม อันเป็นราชโอรสอันสูงศักดิ์ของราชวงศ์ที่ได้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนางกระทรวงต่างประเทศซึ่งได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาและต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานอยู่ที่บ้านสะแกกรังอันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ที่เป็นสาขาของแม่น้ำสายใหญ่เชื่อมอาณาเขตติดต่อภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศสยาม ประมาณเส้นรุ้ง ๑๓๐ ๑๕๐ ๓๐” เหนือจะกว่าเล็กน้อย เส้นแวง ๙๙๐ ๙๐” ตะวันออก ซึ่งเล่ากันว่าบุคคลผู้มีความสำคัญได้ถือกำเนิดที่นี่ และกลายเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นพิเศษของราชวงศ์สยาม ได้สมรสกับบุตรสาวคหบดีชาวจีนผู้มั่งคั่งซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณกำแพงเมือง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระราชวัง ได้รับราชการเป็นที่โปรดปรานของพระมหากษัตริย์โดยมีหน้าที่ร่างราชสาส์นต่างๆ และทำการติดต่อกับหัวเมืองฝ่ายเหนือ (ทั้งที่เป็นหัวเมืองอิสระ และที่ยังไม่เป็นอิสระต่อประเทศสยามที่อยู่ทางภาคเหนือ) และมีหน้าที่รักษาพระราชลัญจกร ได้รับพระราชทานนามว่า “พระอักษรสุนทร เสมียนตรา” คุณพระมีบุตรธิดากับภรรยาคนแรกรวม ๕ คน และต่อมาภรรยาได้ถึงแก่กรรม คุณพระจึงได้แต่งงานกับน้องสาวของภรรยา มีบุตรหญิงคนหนึ่ง ต่อมาพระยาราชนิกูลได้ย้ายเข้าไปทำราชการที่กรุงศรีอยุธยาและนายทองดีบุตรชายคนใหญ่ของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) ซึ่งถือกำเนิดที่บ้านสะแกกรังนั้นเจริญวัยแล้ว ก็ได้ย้ายตามบิดาเข้ามารับราชการที่กรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ และได้บรรดาศักดิ์เป็น “พระอักษรสุนทรศาสตร์” เสมียนตรา มีหน้าที่ร่างราชสาส์นต่างๆ ของพระมหากษัตริย์ และรักษาพระราชลัญจกร ต่อมาได้แต่งงานกับสตรีงามชื่อ “หยก” (บางแห่งว่า “ดาวเรือง”) มีบุตรและธิดา ๕ คน คือ ๑ “สา” เป็นหญิงภายหลังได้สถาปนาเป็น “สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระยาเทพสุดาวดี (ส) ๒ “ราม” เป็นชายภายหลังได้สถาปนาเป็น “พระเจ้ารามณรงค์” ๓ “แก้ว” เป็นหญิงภายหลังได้สถาปนาเป็น “สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว)” ๔ “ทองด้วง” เป็นชายภายหลังสถาปนาตนเป็น “พระเจ้าแผ่นดินต้น” (ต่อมาได้ถวายพระนามตามพระพุทธรูปว่า “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก”) และ ๕ “บุญมา” เป็นชายภายหลังได้สถาปนาเป็น “สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท” (ซึ่งนับว่าเป็นปฐมวงศ์ของกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ต่อมาอันมีสกุลวงศ์ต่อเนื่องกันมาประวัติศาสตร์
Recent Comments